สินค้าของเรา

บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์คอร์ปอร์เรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

 

 ผลิตภัณฑ์ยางสกิม

          ยางสกิมหรือหางน้ำยางเป็นผลผลิตพลอยได้ (By-Product) จากกระบวนการปั่นน้ำยางข้น มีเนื้อยางอยู่ที่ 8 % ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของเครื่องปั่น และการปรับเครื่องปั่นน้ำยาง หางน้ำยางที่ออกมาจะใช้กรดซัลฟิวริกในการจับตัว และจะถูกแปรสภาพเป็นยางสกิมบล็อค หรือสกิม เครฟ การผลิตยางสกิมบล็อค คือนำก้อนยางจับตัวไปผ่านเครื่องตัดเพื่อให้ยางเป็นก้อน ต่อจากนั้นจะล้างกรดออกจากก้อนยาง เหล่านี้ด้วยการผ่านลงในบ่อหรือรางน้ำ ก้อนยางจะถูกรีดให้เป็นแผ่น ผ่านเครื่องตัดย่อย นำเข้าเตาอบ เมื่อออกจากเตาอบก็นำมาอัดแท่ง แล้วบรรจุหีบห่อก็จะได้ยางสกิมบล็อค ส่วนการผลิตยางสกิมเครฟ นำยางจับตัวไปผ่านเครื่องตัดเพื่อให้ยางเป็นก้อน ล้างกรดออกจากก้อนยาง รีดให้เป็นแผ่นนำเข้าเตาอบ แล้วหีบห่อ ก็จะได้ยางสกิมเครฟ

ขั้นตอนการผลิตยางสกิม

          การรับหางน้ำยางจากเครื่องปั่นแยก น้ำยางสกิมหรือหางน้ำยางที่ออกจากเครื่องปั่นแยกมีค่า DRC ประมาณ 4-8 % จะถูกพักในบ่อ เพื่อให้แอมโมเนียระเหยออกไป ทั้งนี้วัตถุประสงค์หลักของการไล่แอมโมเนีย คือ เพื่อลดปริมาณการใช้กรดซัลฟิวริกในการจับเนื้อยางเพื่อผลิตยางสกิมเนื่องจากถ้าหากหางน้ำยางมีปริมาณแอมโมเนียสูงจะต้องใช้กรดในการจับเนื้อยางเป็นปริมาณมาก
1. กวนหางน้ำยางกับน้ำกรด เมื่อหางน้ำยางผ่านการไล่แอมโนเนียแล้ว จะไหลลงสู่บ่อรับหางน้ำยาง (Reception Pond) หลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวกการทำให้ยางสกิมจับตัวด้วยการเติมกรดซัลฟิวริกลงในบ่อผสมน้ำยาง ซึ่งก่อนที่หางน้ำยางจะจับตัวเป็นก้อน ต้องทำการเก็บตัวอย่าง เพื่อไปทดสอบค่า VFA แอมโมเนีย และ DRC หลังจากนั้นทิ้งให้น้ำยางจับตัวไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง
2. การรีดยางสกิมและการตัดย่อยภายหลังจากที่หางน้ำยางหรือยางสกิมจับตัวเป็นก้อนด้วยการเติมกรดซัลฟิวริกแล้ว จะนำยางสกิมในสภาพที่เป็นก้อนหรือที่เรียกว่ายางฟองเต้าหู้ขึ้นมารีดให้เป็นแผ่นด้วยเครื่องจักรรีด โดยจะใช้มีดตัดยาวในบ่อเป็นชิ้นๆ เพื่อให้ง่ายต่อการยกขึ้นมาพักไว้ที่รางแช่ยางสกิมซึ่งบรรจุด้วยน้ำสะอาด หลังจากนั้นยางแผ่นจะถูกนำมารีดน้ำออกด้วยชุดจักรรีด เพื่อให้พร้อมต่อการนำไปตัดย่อย
 
 
3. การแช่่เนื้อยางสกิมแผ่นที่ผ่านการรีดด้วยเครื่องจักรรีด แล้วจะถูกลำเลียงลงสู่บ่อพักหรือบ่อแช่ยาง (Soaking Pond)  ประมาณ 24 ชั่วโมง เพื่อผ่านเข้าเครื่องตัดย่อยเป็นชิ้นเล็ก ๆ ซึ่งในขั้นตอนนี้จะมีพนักงานช่วยลำเลียงยางสกิมแผ่นเข้าเครื่องตัดย่อย
4. การอบยางสกิม ยางสกิมฝอยหรือยางที่ถูกตัดย่อยแล้วจะถูกปั๊มดูดขึ้นมายังเครื่องร่อน เพื่อถ่ายเทลงกระบะรองรับลำเลียงเข้าเตาอบ ซึ่งภายในเตาอบจะอบด้วยความร้อนประมาณ 105-120 องศาเซลเซียส โดยใช้น้ำมันโซล่า หรือน้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงในการอบยาง พร้อมกันนี้ได้กำหนดให้มีการควบคุมพารามิเตอร์ในการอบยาง เช่น อุณหภูมิ ความชื้น เป็นต้น
5. การชั่ง อัด และบรรจุยางสกิม หลังจากที่ยางสกิมผ่านการอบด้วยอุณหภูมิและความชื้นที่กำหนดแล้ว หรือเรียกว่าสกิมบล๊อค นำยางที่อบและมีลักษณะเป็นแท่งออกจากกระบะเพื่อนำมาชั่งด้วยเครื่องชั่ง เมื่อได้ยางสกิมบล๊อคที่มีน้ำหนักตามที่ต้องการแล้ว ซึ่งเท่ากับ 33.33 กิโลกรัม จะนำยางแท่งที่ผ่านการชั่งน้ำหนักแล้วเข้าสู่เครื่องอัด เพื่ออัดเป็นแท่ง เพื่อให้ได้รูปทรงและขนาดตามมาตรฐานหรือตามที่ลูกค้ากำหนด

ชนิดยางสกิม 

  • ยางสกิมบล็อค (ยางก้อน)

  • ยางสกิมเครฟ (ยางแผ่น)


บรรจุภัณฑ์

  • ยางสกิมบล็อค 33.33 กิโลกรัม/ก้อน
  • ยางสกิมเครฟ   50 กิโลกรัม/มัด

คุณสมบัติยางสกิม

          ยางสกิมบล็อคเป็นยางก้อน มีข้อจำกัดในการใช้ด้านอุตสาหกรรม เพราะสมบัติด้านการกระดอน (Rebound) ต่ำ เช่น มีค่าไนโตรเจนสูง, ค่าดัชนีความอ่อน ตัว (PRI) และ ความหนืด (Mooney Viscosity) ต่ำ , สีคล่ำ, เนี้อของยางสกิมบล็อคจะร่วนๆ เพราะเกิดจากการนำเศษมาอัดรวมกันเป็นแท่งใหม่ ราคายางสกิมบล็อคจะค่อนข้างถูกและคุณภาพก็อยู่ในระดับยอมรับได้ สำหรับ งานที่ไม่ต้องการคุณสมบัติทนทานมากนัก
 
 

กลุ่มผลิตภัณฑ์

ยางสกิมเหมาะสำหรับนำไปใช้กับอุตสาหกรรมหลากหลายคุณภาพ

ยางล้อรถจักรยาน

พื้นรองเท้า


แผ่นปูพื้นยางพารา

ยางวง