การส่งเสริมศักยภาพและความยั่งยืนร่วมกับคู่ค้า


           เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์อันดีและร่วมกันพัฒนาศักยภาพในการดำเนินงานบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน โดยการสื่อสารกับคู่ค้าอย่างมีประสิทธิภาพ เกี่ยวกับการจัดการห่วงโซ่อุปทานแบบบูรณาการ วางแผนพัฒนาศักยภาพ ส่งเสริมสนับสนุน และผลักดัน บริษัทคู่ค้าให้มีการจัดการที่ดีร่วมกัน โดยการยกระดับศักยภาพคู่ค้า ผ่านการประเมินทางความยั่งยืน ด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การดำเนินการมีประสิทธิภาพสูงสุด

แผนงานที่จะพัฒนาและยกระดับศักยภาพคู่ค้า

  1. สำหรับคู่ค้ารายใหม่ ใช้เกณฑ์การประเมินที่ครอบคลุมประเมินตนเอง พร้อมทั้งเซ็นรับทราบจรรยาบรรณทางธุรกิจของคู่ค้า
  2. สำหรับคู่ค้ารายเดิม วางแผนดำเนินการให้คู่ค้าทำแบบประเมินตนเอง ประเด็นทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้แรงงาน ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมใหม่ทั้งหมด พร้อมทั้งเซ็นรับทราบจรรยาบรรณทางธุรกิจของคู่ค้า

บริษัทฯ คัดเลือกและสนับสนุนคู่ค้าที่คำนึงถึงด้านสังคม และที่ได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ISO:14000, Green Procurement  เป็นอันดับแรก
         
กรณีไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ทางคู่ค้าต้องวางแผนการปรับวิธีการดำเนินงาน มีระยะเวลาที่ชัดเจน และแจ้งผลสำเร็จให้บริษัทฯ ทราบ


ผลการดำเนินงาน

ดำเนินการติดตามผลและแสดงผลการดำเนินงานการส่งเสริมศักยภาพและความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนร่วมกับคู่ค้าอย่างสม่ำเสมอ ในการดำเนินการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน คำนึงถึงด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม เช่นการใช้แรงงาน ความปลอดภัย ด้านสินค้า บริการ และด้านการดำเนินธุรกิจ  เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าได้ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติสำหรับคู่ค้าธุรกิจ
        
เป้าหมายการติดตามผลและผลการดำเนินงานการส่งเสริมศักยภาพ               

  เป้าหมาย (ร้อยละ) ผลการดำเนินงาน ปี 2566
ด้านสิ่งแวดล้อม     100 75
ด้านสังคม / การใช้แรงงาน ความปลอดภัย 100 75
ด้านสินค้า และบริการ 100 100
ด้านการดำเนินธุรกิจ             100 100

           ผลจากการตอบแบบประเมินตนเองปี 2566 ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม เช่นการใช้แรงงาน ความปลอดภัย ด้านสินค้า บริการ และด้านการดำเนินธุรกิจ  (ESG) คู่ค้าที่ไม่ถึงเป้าหมายที่กำหนด ได้มีการประชาสัมพันธ์วางโครงการแผนพัฒนาร่วมกันกับคู่ค้าให้เห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพ ทำการตรวจติดตามปีละ 1 ครั้ง

การคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่

  1. การจัดซื้อทำการสรรหา และคัดเลือกคู่ค้ารายใหม่ โดยตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น และแนบเอกสารประกอบ ได้แก่ หนังสือรับรองบริษัท, ภพ.20, สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, บัตรแสดงตัวตนหรืออื่นๆ (ถ้ามี) หากมีเอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว  ต้องแนบหนังสือขอความยินยอมของคู่สัญญา
  2. การจัดซื้อลงแบบประเมินคู่ค้า สินค้าในการผลิตสินค้ารายใหม่สำหรับครั้งแรกที่ทำการซื้อ เพื่อทำการประเมินตนเองในเรื่องการปฏิบัติตามจรรยาบรรณการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนคำนึงถึงประเด็น ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งยินดีให้บริษัทฯ เปิดเผย หากบริษัทฯ มีความจำเป็นต้องแสดงความโปร่งใสในการดำเนินงาน
  3. การจัดซื้อทำการรวบรวมใบเสนอราคา จากคู่ค้าที่ผ่านการประเมินแล้ว ทำการเปรียบเทียบโดยใช้ รายละเอียดใบเสนอราคาจะต้องมีรายละเอียดสินค้า ผู้เสนอ  ตราประทับของบริษัทคู่ค้า ราคาต่อหน่วย ชื่อสินค้า การยืนราคา เครดิตเทอม ระยะเวลาการจัดส่ง หรือรายละเอียดอื่นที่เกี่ยวกับเรื่องคุณภาพโดยบันทึกรายละเอียด ทำการเปรียบเทียบ  เพื่อนำเสนอต่อผู้มีอำนาจในการพิจารณาอนุมัติจัดซื้อ
การตรวจสอบคุณภาพสินค้า
  1. กรณีคู่ค้ารายใหม่ ต้องตรวจคุณภาพก่อนจัดซื้อ โดยเฉพาะสารเคมี มีการส่งตัวอย่างทดสอบ ให้กับฝ่ายวิจัยและพัฒนา  เพื่อทำการทดสอบคุณสมบัติว่าตรงตามที่ต้องการ หรือไม่ และทำการบันทึกผลการทดสอบว่าผ่าน / ไม่ผ่าน และแจ้งผู้ให้กับทางคู่ค้ารับทราบ
  2. กรณีคู่ค้ารายเดิม  หากไม่ได้มีการซื้อขายกันเกิน 6 เดือน ต้องทำการส่งตัวอย่างทดสอบใหม่
  3. กรณีคู่ค้ารายเดิมที่มิใช่เป็นผู้ผลิต แต่ได้มีการเปลี่ยนแหล่งผลิต ต้องทำการส่งตัวอย่างทดสอบใหม่             

นโยบายการปฏิบัติต่อเจ้าหนี้

               บริษัทฯ พึงมีความรับผิดชอบในการปฏิบัติตามสัญญา เงื่อนไข ข้อตกลง ภาระผูกพัน และหนี้สินที่อาจเกิดขึ้น หรือหนี้สินที่เกิดขึ้นแล้วต่อเจ้าหนี้อย่างเคร่งครัด โดยยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีหลักการและยุติธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับเจ้าหนี้ โดยเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสเพื่อไม่ทำให้เจ้าหนี้ได้รับความเสียหาย
 
แนวทางปฏิบัติและความรับผิดชอบต่อเจ้าหนี้
               1. บริษัทฯ พึงปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดกฎเกณฑ์ในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน และกรณีเมื่อไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ ต้องแจ้งให้เจ้าหนี้รับทราบและพิจารณาหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน
               2. บริษัทฯ หลีกเลี่ยงการรับหรือจ่ายผลประโยชน์ใดๆ ที่ไม่สุจริตในการดำเนินธุรกิจกับเจ้าหนี้ นอกจากผลประโยชน์ตามข้อตกลงการดำเนินธุรกิจทั้งสองฝ่าย
               3. บริษัทฯ รายงานภาระหนี้ ข้อมูลทางการเงิน หรือข้อมูลอันเกี่ยวข้องที่เจ้าหนี้ควรรับรู้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และตรงเวลาให้แก่เจ้าหนี้เมื่อมีการร้องขอ
               4. บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการเงินทุน บริหารกระแสเงินสด และการชำระหนี้ โดยให้มีโครงสร้างเหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นต่อเจ้าหนี้
               5. บริษัทฯ ปฏิบัติอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการได้รับผลตอบแทนที่เสมอภาคและเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
               6. บริษัทฯ ไม่มีส่วนร่วมในกิจกรรมของเจ้าหนี้อันขัดต่อผลประโยชน์ หรือ ทุจริต อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทฯ
 

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน

ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) คือ เครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทและคู้ค้าของบริษัทในการผลิต และส้งมอบสินค้า ที่แสดงให้เห็นถึงขั้นตอนของการได้มาซึ่งสินค้าตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง ไปจนถึงการส่งมอบสินค้าหรือบริการไปยังลูกค้า ห่วงโซ่อุปทานอยางยั่งยืน (Sustainable Supply Chain) คือ การจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ รวมทั้งการส่งเสริมให้มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี ตลอดทั้งวัฏจักรชีวิตของการผลิตและส่งมอบ สินค้าและบริการ

ความมุ่งมั่นในการดำเนินกิจกรรมในห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน

บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่งที่จะดำเนินธุรกิจกับคู่ค้าของบริษัทอย่างยั่งยืน นอกเหนือจากการ ซื้อขายวัตถุดิบที่สำคัญที่ใช้ในการผลิตสินค้าของบริษัทฯ แล้ว ยังต้องดำเนินการปฏิบัติตามมาตรฐานด้าน สิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิทธิมนุษยชน การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านชีวอนามัย และความปลอดภัย มีการปฏิบัติงานที่โปร่งใส ต่อต้านการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งการปฏิบัติตามมาตรฐาน และ/หรือ ข้อกำหนดดังกล่าว จะทำให้บริษัท ฯ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ ทั้งตลาดใน ประเทศและตลาดโลก โดยมีความต้องการของลูกค้าที่ต้องการสินค้าที่ยั่งยืน เป็นแรงผลักดันที่สำคัญ

ในการนี้ บริษัทฯ จึงได้ปรับเพิ่มข้อกำหนดในจรรยาบรรณทางธุรกิจของคู่ค้า และ แบบประเมิน ตนเองของคู่ค้า เกี่ยวกับประเด็นด้านความยั่งยืนดังกล่าว อีกทั้งยังได้ปรับกระบวนการทำงาน ให้คำนึงถึง ประเด็นสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการปฏิบัติจริง โปร่งใส และ สามารถตรวจสอบได้

หลักเกณฑ์การคัดเลือกคู่ค้าใหม่

  1. หลักเกณฑ์ด้านคุณภาพของสินค้า ต้องมีคุณสมบัติได้มาตรฐานตามที่บริษัทฯ กำหนด ส่งเสริมให้สินค้า ของบริษัทฯ มีคุณภาพที่ดีมีมาตรฐาน เช่นเดียวกัน
  2. หลักเกณฑ์ด้านราคาของสินค้า เป็นตัวบ่งชี้หลักในการคัดเลือกคู่ค้า เนื่องจากราคาของสินค้า เป็นต้นทุน ในการผลิตสินค้าของบริษัทฯ หากบริษัทฯ ได้ราคาที่เหมาะสมหรือต่ำกว่าผู้ขายรายอื่น จะทำให้บริษัทฯ มีความสามารถในการแข่งขันด้านราคาในตลาด
  3. หลักเกณฑ์ด้านระยะเวลาการสั่งซื้อและการจัดส่งสินค้า ความรวดเร็วของการจัดส่ง และ ปริมาณที่จัดส่ง ที่แม่นยำ เป็นไปตามการสั่งซื้อ หากระยะเวลาการสั่งซื้อและจัดส่งสินค้า ใช้เวลานาน ส่งผลให้บริษัทฯ มี ต้นทุนในการเก็บรักษาที่สูงขึ้น
  4. หลักเกณฑ์การให้บริการ กรณีเป็นสินค้าที่ต้องการบริการหลังการขาย ทางผู้ขายมีศักยภาพให้การบริการ ได้รวดเร็วและตรงประเด็น ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินงานของบริษัทฯ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  5. หลักเกณฑ์ด้านการดำเนินธุรกิจ อย่างยั่งยืน คำนึงถึงประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยผู้ขายยินดีที่ จะปฏิบัติตามจรรยาบรรณทางธุรกิจของบริษัทฯ และ ยินดีลงลายมือชื่อเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้ง ยินดีให้บริษัทฯ เปิดเผย หากบริษัทฯ มีความจำเป็นต้องแสดงความโปร่งใสในการดำเนินงานเช่นกัน

การรักษาความปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและความปลอดภัยทางไซเบอร์


วัตถุประสงค์และขอบเขต
     บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กำหนดนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยกำหนดให้เป็นมาตรฐานแนวปฏิบัติขั้นตอนปฏิบัติให้ครอบคลุมด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

  1. การจัดทำนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและมีความมั่นคงปลอดภัยในการใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของบริษัททำให้ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
  2. กำหนดขอบเขตของการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อ้างอิงตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001 และมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
  3. นโยบายนี้จะต้องทำการเผยแพร่ให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับในบริษัทได้รับทราบ และเจ้าหน้าที่ทุกคน จะต้องถือปฏิบัติตามนโยบายนี้อย่างเคร่งครัด
  4. เพื่อกำหนดมาตรฐานแนวทางปฏิบัติและวิธีปฏิบัติให้ผู้บริหารเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบ และบุคคลภายนอกที่ปฏิบัติงานให้กับบริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ในการใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของบริษัทในการดำเนินงานและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
  5. ระบบและระเบียบปฏิบัติจะต้องตรวจสอบ ทบทวน และประเมินผลทุกปี
 
องค์ประกอบของนโยบาย

 
การดำเนินการตอบสนองเหตุการณ์ความมั่นคงปลอดภัยทางระบบสารสนเทศ
     องค์ประกอบของนโยบายการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของบริษัทแต่ละส่วนที่กล่าวข้างต้น จะประกอบด้วยวัตถุประสงค์รายละเอียดของมาตรฐาน (Standard) แนวทางปฏิบัติ (Guideline) และขั้นตอนวิธีการปฏิบัติ (Procedure) ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัท เพื่อที่จะทำให้บริษัทมีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารอยู่ในระดับที่ปลอดภัย ช่วยลดความเสียหายต่อการดำเนินงานทรัพย์สินบุคลากรของบริษัท ทำให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมั่นคงปลอดภัยนโยบายการเข้าใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของบริษัทนี้ จัดเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของบริษัท ซึ่งเจ้าหน้าที่ของบริษัทและหน่วยงานภายนอกต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
 

กิจกรรม
  • การรายงานภัยคุกคามใหม่ๆ ให้แก่คณะกรรมการบริหาร ประจำทุกเดือน
  • จัดทำสื่อ และทำการประชาสัมพันธ์ในช่องทางต่างๆ ความรู้เกี่ยวกับภัยทางไซเบอร์และมาตรการป้องกัน เพื่อเป็นการให้ความรู้ และพร้อมรับมือในแต่ละรูปแบบ
  • จัดให้มีการจำลองสถานการณ์การโจมตีด้วยภัยคุกคามทางไซเบอร์ เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยและสร้างกระบวนการตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์  ปีละ 1 ครั้ง
  • จัดกิจกรรมสัมมนา และเกมส์ออนไลน์เพื่อให้พนักงาน หรือผู้สนใจทั่วไปได้ร่วมกิจกรรมอย่างสนุกสนามและได้ความรู้ไปพร้อมกัน มาร่วมแบ่งปันถึงภัยไซเบอร์
  • จัดทำ Security Tips, Security Alert และข้อมูลอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับความปลอดภัยข้อมูลและไซเบอร์
  • จัดทดสอบ Phishing Drill โดยส่งอีเมลปล่อมให้พนักงานของบริษัทฯ เพื่อทดสอบและสร้างความตระหนัก ตลอดจนเป็นการฝึกวิธีการรับมือเมื่อพนักงานได้รับอีเมลปลอมในสถานการณ์จริงอย่างสม่ำเสมอ โดยผลจากการทดสอบพบว่าพนักงานตระหนักและระมันระวังในการสังเกต Phishing Mail มากขึ้น


นโยบายภาษี

          บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และกลุ่มบริษัท (“บริษัทฯ”) ดำเนินธุรกิจภายใต้ปณิธาณ อย่างแน่วแน่ในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าเพื่อผลิตสินค้าที่ดีเหนือกว่ามาตรฐานสากล รวมทั้งให้ความสำคัญกับ การดำเนินธุรกิจด้วยจริยธรรมและความโปร่งใสและการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และ ความรับผิดชอบในการเป็นผู้เสียภาษีที่ดีซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการพัฒนาประเทศและสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ดังนั้นเพื่อให้มีการบริหารจัดการด้านภาษี ที่รัดกุมโดยตระหนักถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภาษีทั้งทางตรงและ ทางอ้อม และปฏิบัติตามประมวลกฎหมายประมวลรัษฎากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการบริษัทฯ จึงกำหนดนโยบายการปฏิบัติด้านภาษี ดังนี้

1. การวางแผนและแนวทางการปฏิบัติทางด้านภาษี
- ดำเนินการบริหารจัดการ การวางแผนด้านภาษีอากร และการเสียภาษีอากรให้เป็นไปตามกฎหมาย ภาษีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศ
- ดำเนินการนำส่งภาษีหรือขอคืนภาษีอย่างถูกต้อง เหมาะสม และภายในระยะเวลาที่กฎหมายหรือ กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกำหนด
- ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือมาตรการยกเว้นต่างๆเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับบริษัทฯภายใต้ ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องรวมทั้งการเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใสต่อหน่วยงานราชการหรือองค์กรที่กี่ยวข้อง
- ไม่มีนโยบายการลงทุนหรือดำเนินธุรกิจในประเทศที่เป็นแหล่งปลอดภาษี (Tax Haven) เพื่อ หลีกเลี่ยงภาษี
- การกำหนดราคาโอนในธุรกรรมการซื้อขาย หรือบริการระหว่างกันเป็นไปตามราคาตลาดโดยปกติ ทั่วไปเพื่อให้เสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย     

2. การบริหารความเสี่ยงทางด้านภาษี
          บริษัทฯ มีโครงสร้างการบริหารจัดการความเสี่ยง กำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบไว้ โดยจะพิจารณา การปฏิบัติการต่างๆ รวมทั้งหารือเพิ่มเติมและรายงานต่อฝ่ายบริหาร ตามความเสี่ยงที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติ เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 

3. การประสานงานด้านภาษี
- บริษัทมีการจัดการให้มีผู้รับผิดชอบด้านภาษีที ่มีความรู้ และทักษะด้านภาษี ในการให้คำแนะนำ ประเด็นภาษีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน การปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากร การติดต่อ ประสานงาน กับหน่วยงานราชการเพื่อให้ข้อมูลทางภาษีที่ถูกต้องตรงตามข้อเท็จจริงในการดำเนิน ธุรกิจ รวมถึงการ สร้างความสัมพันธ์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรักษาแนวปฏิบัติที่ถูกต้องตามกฎหมาย
- พิจารณาการมีที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญทางภาษีที่ให้ความรู้ คำแนะนำแก่บุคลากรภายในองค์กร เกี่ยวกับภาษีเพื่อให้ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายภาษีอากร 

4. ความโปร่งใสด้านภาษี
          การดำเนินการ การสื่อสารต่างๆ รวมทั้งการเปิดเผยข้อมูลอยู่บนพื้นฐานความโปร่งใส เป็นไปตามข้อกำหนดหลักการตามกฎหมายภาษีอากรและที่เกี่ยวข้อง

การพัฒนานวัตกรรมทางธุรกิจ

    THAITEX ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและส่งเสริมนวัตกรรมขององค์กร เพื่อให้บริษัท ฯ มีการปรับตัวและพัฒนาธุรกิจให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน รวมทั้งเพื่อเป็นการสร้างมูลค่าในระยะยาวให้แก่ธุรกิจ และสร้างคุณค่าหรือประโยชน์ต่อลูกค้าหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงกำหนดนโยบายการพัฒนาและส่งเสริมนวัตกรรมขององค์กร 

จรรยาบรรณธุรกิจสำหรับบริหารคู่ค้า 
บทนำ
          กลุ่มบริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป (“กลุ่มบริษัท) มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยความโปร่งใสสุจริต เป็นไปตามกฎหมาย รวมถึงให้ความสำคัญต่อหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยเหตุนี้ กลุ่มบริษัท จึงได้กำหนดจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับบริษัทคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) เพื่อให้คู่ค้าใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับข้อกำหนดกฎหมาย และจรรยาบรรณของบริษัท ตลอดจนมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยผลักดันให้คูค้าของกลุ่มบริษัทดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน เกิดความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้กลุ่มบริษัทมุ่งหวังให้คู่ค้าดำเนินธุรกิจตามหลักการที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ รวมถึงสนับสนุนให้คู่ค้ามีนโยบายการจัดจ้างอย่างยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน และเสริมสร้างการเติบโตในระยะยาวไปด้วยกัน

นิยาม
          คู่ค้า หมายถึง ผู้ขายสินค้า ผู้รับจ้าง และ/หรือ ผู้ให้บริการ ทั้งที่เป็นนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาแก่กลุ่มบริษัทรวมถึงผู้รับจ้างช่วงของผู้ขายสินค้าผู้รับจ้างและ/หรือผู้ให้บริการดังกล่าว

ปรัญชาในการดำเนินธุรกิจ
          บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจภายใต้ปณิธานอันแน่วแน่ ในด้านการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพื่อผลิตสินค้าที่ดีและมีคุณภาพที่เหนือกว่ามาตรฐานสากลอันเป็นที่ยอมรับกันในระดับนานาชาติ รวมถึงการนำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ในด้านการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และให้สอดคล้องกับการพัฒนาของตลาดโลกอย่างยั่งยืน
          ด้วยเหตุผลดังกล่าว คณะกรรมการบริษัทจึงกำหนดเป้าหมาย และวิธีการต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จตามเป้าหมายดังที่ระบุอยู่ในวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม หลักการ นโยบาย รวมถึงจริยธรรม และจรรยาบรรณธุรกิจฉบับนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและถูกต้องแก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของกลุ่มบริษัท ในอันที่จะ ได้รับทราบถึงมาตรฐานการปฏิบัติงานตามที่กลุ่มบริษัทคาดหวัง และยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน นับตั้งแต่การปฏิบัติงาน ผู้ถือหุ้น ลูกค้าคู่ค้า คู่แช่งทางการค้า ผู้มีส่วนได้เสีย และสังคมโดยรวม
  • วิสัยทัศน์ (Vision) เราจะเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำยางข้นของโลก โดยสร้างสรรค์สินค้าคุณภาพที่เป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อความยั่งยืนและมั่นคงของธุรกิจ
  • พันธกิจ (Mission) เป็นผู้ผลิตน้ำยางข้นที่มุ่งเน้นในคุณภาพเหนือกว่ามาตรฐานสากล เพื่อสนองตอบความต้องการและความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า
  •  ค่านิยม (Values)
“T” = การทำงานเป็นทีม การทำงานเป็นทีม (Teamwork)
“H” = คุณภาพดีเหนือกว่ามาตรฐาน คุณภาพดีเหนือกว่ามาตรฐาน (High Quality)
“A” = ความรับผิดชอบต่อหน้าที่และผลงาน ความรับผิดชอบต่อหน้าที่และผลงาน (Accountability)
“I” = ความซื่อสัตย์ ความซื่อสัตย์ (Integrity)
“T” = ความโปร่งใส ความโปร่งใส (Transparency)
“E” = ความมีประสิทธิภาพ และรักษาสิ่งแวดล้อม ความมีประสิทธิภาพ และรักษาสิ่งแวดล้อม (Efficiency and Environment)
“X” = มุ่งสู่ความเป็นเลิศ มุ่งสู่ความเป็นเลิศ (Excellence)

1. จรรยาบรรณทางธุรกิจ  (Business Ethics)
1.1 การกำกับดูแลกิจการ: คู่ค้าของกลุ่มบริษัท ต้องดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความถูกต้อง ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่ง และไม่กระทำใดๆ ที่เป็นการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ
1.2 การประกอบธุรกิจด้วยความเป็นธรรม: คู่ค้าของกลุ่มบริษัท ต้องปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นธรรม มีจรรยาบรรณ และตั้งมั่นที่จะแข่งขันทางการค้าตามหลักจริยธรรมในการประกอบการค้า กฎหมาย และหลักแข่งขันทางการค้าอย่างเสมอภาคกัน รวมถึงปฏิเสธพฤติกรรมใดๆ ก็ตามที่ขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
1.3 ความขัดแย้งทางผลประโยชน์: คู่ค้าของกลุ่มบริษัท ต้องไม่กระทำการใดๆ เพื่อแสวงหาผลประโยขน์ส่วนตน หรือ เอื้อประโยชน์แก่บุคคลใกล้ชิด จากตำแหน่งหน้าที่และโอกาสต่างๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือมีส่วนได้เสียระหว่างคู่ค้ากับบุคลากรของกลุ่มบริษัท
1.4 การรักษาข้อมูลอันเป็นความลับ: คู่ค้าของกลุ่มบริษัทต้องไม่เผยแพร่ หรือไม่นำข้อมูลที่เป็นความลับ และ/หรือ ข้อมูลภายในของกลุ่มบริษัท ไปแสวงหาผลประโยชน์แก่ตนเอง หรือเพื่อประโยชน์แก่บุคคลอื่นใด ไม่ว่าโดยทางตรง หรือทางอ้อม และไม่นำข้อมูลดังกล่าวไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม
1.5 การใช้ และการดูแลทรัพย์สินทางปัญญา: คู่ค้าของกลุ่มบริษัทต้องให้ความเคารพ และไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น ซึ่งรวมถึง เครื่องหมายทางการค้าสิทธิบัตร และไม่ปลอมแปลงหรือใช้ทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
1.6 การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน: คู่ค้าของกลุ่มบริษัท ต้องไม่กระทำ หรือสนับสนุนการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบทั้งในทางตรงและทางอ้อม รวมถึงจัดให้มีนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อป้องกันและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ตลอดจนควรเข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์และขอรับรองการเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต (CAC)

2. ด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงาน (Labor Practice and Human Right)
2.1 การไม่เลือกปฏิบัติการ: คู่ค้าของกลุ่มบริษัท ต้องเคารพในศักดิ์ศรีของลูกจ้าง ให้เกียรติซึ่งกันและกัน และปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียม โดยไม่แบ่งแยกจากความแตกต่างในกาย จิตใจ เชื้อชาติ ศาสนา เพศ ภาษา อายุ สีผิว การศึกษา สถานะทางสังคม หรือในเรื่องอื่นใด
2.2 การไม่บังคับใช้แรงงาน: คู่ค้าของกลุ่มบริษัท ต้องไม่ใช้แรงงานบังคับ แรงงานที่มาจากการค้ามนุษย์ หรือแรงงานเด็กอันมิชอบด้วยกฎหมายรวมถึงการลงโทษที่เป็นการทารุณร่างกาย หรือจิตใจพนักงาน ไม่ว่าด้วยการขู่เข็ญ การกักขัง หน่วงเหนี่ยว การคุกคาม การข่มขู่ การล่วงละเมิด หรือการใช้ความรุนแรงไม่ว่าในรูปแบบใด
2.3 การคุ้มครองสิทธิแรงงาน: คู่ค้าของกลุ่มบริษัท ต้องไม่จ้างแรงงานที่ผิดกฎหมาย ในกรณีที่มีการแจ้งแรงงานเด็กที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 18 ปี ต้องจัดให้แรงงานได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายกำหนด หากเป็นแรงงานต่างด้าว ต้องดำเนินการว่าจ้างให้ถูกต้องตามกฎหมายอย่างครบถ้วน
2.4 ค่าจ้าง สิทธิประโยชน์ และระยะเวลาการทำงาน: คู่ค้าของกลุ่มบริษัท ต้องจ่ายค่าตอบแทน ให้เหมาะสมตามความสามารถและศักยภาพของพนักงาน รวมถึงให้สิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างพึงได้รับตามกฎหมาย ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานกำหนด และตรงตามกำหนดเวลา การทำงานล่วงเวลา หรือทำงานในวันหยุด ต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจของลูกจ้าง รวมทั้งจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุด วันลาไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด
2.5 การเลิกจ้าง: ในกรณีคู่ค้าของกลุ่มบริษัท มีการเลิกจ้างต้องมีกระบวนการเลิกจ้างตามกฎหมายแรงงาน
 
3. ด้านความปลอดภัย และอาชีวอนามัย (Safety and Occupational Health) 
3.1 ความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน: คู่ค้าของกลุ่มบริษัท ต้องจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัย ดีต่อสุขภาพ และถูกหลักอนามัยให้กับพนักงาน รวมถึงมีการควบคุมและป้องกันให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ เหตุฉุกเฉิน การเจ็บป่วย และการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน
3.2 อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล: คู่คู่ค้าของกลุ่มบริษัท ต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายที่มีในสถานที่ทำงานแก่ผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเพียงพอ มีการประเมินความเสี่ยง พร้อมทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่ได้มาตรฐานและเหมาะสม
3.3 การเตรียมความพร้อมในสถานการณ์ฉุกเฉิน: คู่ค้าของกลุ่มบริษัท ต้องมีการกำหนดแผนเตรียมความพร้อมรับมือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น การติดตั้งระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย การรายงานเหตุฉุกเฉิน การฝึกอบรมและฝึกซ้อมให้กับพนักงานอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการสื่อสารให้พนักงานมีความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อให้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง และทันท่วงทีเมื่อเกิดสถานการณ์ที่ไม่ปกติ
 
4. สิ่งแวดล้อม (Environment)
4.1 ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของกลุ่มบริษัท ต้องปฏิบัติตาม กฎระเบียบ ด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามข้อตกลงระดับสากลในเรื่องต่างๆ เพื่อช่วยป้องกัน หรือลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
4.2 ใช้ทรพยากรอย่างคุ้มค่า และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของกลุ่มบริษัท ต้องให้ความสำคัญต่อการประหยัดพลังงาน และใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและ มีประสิทธิภาพ เช่น การลดการใช้น้ำ ไฟฟ้า น้ำมัน เป็นต้น รวมทั้งส่งเสริมการทำธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งจะส่งผลดีต่อการทำธุรกิจในระยะยาว

5. ความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility)
           คู่ค้าของกลุ่มบริษัท ต้องดำเนินธุรกิจที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ และสังคม ยึดมั่นปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อคังคับที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน พร้อมทั้ง มุ่งมั่นที่จะดำเนินการยกระดับคุณภาพของชุมชนและสังคม รวมถึงส่งเสริมการปลูกฝังจิตสำนึกของพนักงานให้มีความรับผิดชอบสังคมอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ดีอย่างยั่งยืนต่อไป

6. ช่องทางการแจ้งเบาะแส และข้อร้องเรียน (Whistleblowing Channels)
          กรณีที่คู่ค้าและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มมีข้อสงสัย หรือพบเห็นการกระทำที่สงสัยว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ข้อบังคับ หรือจรรยาบรรณ ท่านสามารถแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียน พร้อมส่งรายละเอียดหลักฐานต่างๆ ในช่องทางการติดต่อ ดังนี้
  • จดหมายอิเล็กทรอนิกส์จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ได้ที่ได้ที่
- ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ E-Mail: [email protected]
  • ไปรษณีย์ โดยระบุหน้าซองถึงหรือยื่นโดยตรงได้ที่
- ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ

          ที่อยู่ บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) 99/1-3 หมู่ที่ 13 ถนนบางนา-ตราด กม.7 ตำบบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540
          โดยบริษัทฯ จะรับฟังและดำเนินการกับทุกข้อร้องเรียนอย่างเสมอภาค โปร่งใสและเป็นธรรม โดยมีมาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียนที่เป็นระบบและยุติธรรม ข้อมูลของผู้ร้องเรียนจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับของบริษัทฯ ตลอดจนมีแนวทาง เพื่อคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้ร้องเรียน พยาน และบุคคลที่ให้ข้อมูลในการสืบสวนหาข้อเท็จจริง ไม่ให้ได้รับความเดือดร้อน อันตรายใดหรือความไม่ชอบธรรมอันเกิดมาจากการแจ้งเบาะแส ร้องเรียน การเป็นพยาน หรือการให้ข้อมูล