หน้าแรก | ประวัติบริษัท | ประเภทสินค้า | สำหรับนักลงทุน | ติดต่อเรา | แจ้งร้องเรียน | แผนผังเว็บไซต์

สินค้าพร้อมสำหรับลูกค้า ราคายุติธรรม คุณภาพมาตราฐานสากล หุ้นส่วนที่คุณวางใจ For more than three decades, Thai Rubber Latex Corporation has stably become one of the most recognized concentrated latex producer in Thailand and gained numerous reputations within rubber industry worldwide. We have been continuously improving our manufacturing process, logistics network, and material supply management to ensure that we are fully capable of delivering the finest product to our customers when they want. Our devotions to quality are aimed at providing real customer benefits, the benefits that last resulting in maximum customer satisfaction. Thai Rubber Latex Corporation is a leading manufacturer and exporter of latex concentrate, disposable rubber gloves, extruded rubber threads, and various rubber products. Our core competitiveness is derived from consistency of supply, high-quality products, spontaneous customer services. That is contributable to our success.

::: Investor Relation :::
  ข่าวบริษัท
  รายงานสถานะทางการเงิน
 
 

 

:: ::    

 
  คำอธิบายและวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของฝ่ายจัดการ ไตรมาส 1 ปี 2561
คำอธิบายและวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของฝ่ายจัดการ ไตรมาส 1 ปี 2561

11 พฤษภาคม 2561

 

เรื่อง          คำอธิบายและวิเคราะห์ผลการดำเนินงานของฝ่ายจัดการ ไตรมาส 1 ปี 2561

เรียน         กรรมการและผู้จัดการ

                   ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

                   

                   ผลการดำเนินงานรวมของกลุ่มบริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์คอร์ปอร์เรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (TRUBB) ในไตรมาสที่ 1 ปี 2561 มีผลกำไรก่อนภาษี 136 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายภาษี 10 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิหลังภาษี 126 ล้านบาท เมื่อเทียบกับผลกำไรในไตรมาสที่ 1 ในปี 2560 มีผลกำไรก่อนภาษี 115 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายภาษี 6 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิหลังภาษี 109 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯมีผลกำไรหลังภาษีเพิ่มขึ้น 17 ล้านบาท สาเหตุมาจากยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์จากยางเพิ่มขึ้นและต้นทุนในการผลิตลดลงจากราคาน้ำยางสดในปี 2561 มีการปรับตัวลง จากราคา 74 บาทต่อกิโลกรัมในไตรมาสที่ 1 ปี 2560 เป็น 45 บาทต่อกิโลกรัมในไตรมาสที่ 1 ปี 2561 (ข้อมูลจาก Website: การยางแห่งประเทศไทย)

                   สำหรับงบการเงินในไตรมาสที่ 1 ปี 2561 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 มีรายได้จากการขายและบริการ 2,136 ล้านบาท ลดลง 888 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 29 ซึ่งเป็นผลจากการที่ราคายางที่ปรับตัวลง สำหรับต้นทุนขายและบริการ 1,800 ล้านบาท ลดลง 892 ล้านบาทเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปี 2560 คิดเป็นร้อยละ 33 ซึ่งลดลงจากราคายางที่ปรับตัวเช่นเดียวกัน และเป็นผลมาจากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มธุรกิจ และทางกลุ่มธุรกิจมีการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จึงทาให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง ทั้งนี้กลุ่มธุรกิจยังคงมีการแก้ไขคุณภาพและพัฒนาการผลิตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง ให้สามารถผลิตได้ปริมาณและคุณภาพที่ดีขึ้น

                   กลุ่มบริษัทมีบริษัทย่อยและผลประกอบการ ดังต่อไปนี้

                   1. กลุ่มธุรกิจน้ำยางข้นและน้ำยางแปรรูป มีกำไรก่อนภาษี 24 ล้านบาทสาหรับไตรมาส 1 ปี 2561 ซึ่งลดลงจากปีที่แล้ว 70 ล้านบาท เทียบกับไตรมาส 1 ปี 2560 เนื่องจากราคายางที่ปรับตัวลงจากปีที่แล้ว และต้นทุนต่อหน่วยลดลง เพราะมีการผลิตที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้กลุ่มธุรกิจมีการควบคุมส่วนของต้นทุนการผลิต และการจัดเก็บวัตถุดิบให้มีประสิทธิภาพ ส่งผลทางกลุ่มธุรกิจมีวัตถุดิบเพียงพอ เพื่อรองรับตามความต้องการและผลผลิตในอนาคต

                  2. กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จากยาง มีกำไรก่อนภาษี 133 ล้านบาท ในไตรมาสแรกของปี 2561 ซึ่งมีกำไรเพิ่มขึ้น 99 ล้านบาท เทียบกับไตรมาส 1 ปี 2560 เนื่องจากการปรับปรุงระบบและขยายโรงงานของธุรกิจหมอนและที่นอนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต โดยระบบใหม่เริ่มทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2560 และธุรกิจเส้นด้ายยางยืดที่
เพิ่มกำลังการผลิตในไตรมาส 1 ปี 2561 ส่งผลให้มีปริมาณสินค้าขายได้เพิ่มขึ้น และมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 174 ล้าน
บาท คิดเป็นร้อยละ 105 โดยกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จากยางมีฐานลูกค้าเพิ่มขึน้ โดยเฉพาะลูกค้าจากประเทศจีน และจะมีการ
ขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น ต่อเนื่องไปอีก เนื่องจากผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น

                  3. กลุ่มธุรกิจสวนยางพารา ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2561 มีขาดทุนก่อนภาษี 21 ล้านบาท ซึ่ง มีขาดทุน
เพิ่มขึ้น 8 ล้านบาท เนื่องจากราคาน้ำ ยางสดที่มีความผันผวนอย่างมาก และราคายางพาราอยู่ในระดับต่ำ และกลุ่มธุรกิจยังคง
มีค่าใช้จ่ายคงที่ซึ่งไม่ผันผวนไปตามราคายางพาราในตลาด ทำให้กลุ่มธุรกิจขาดทุน

                   สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายลดลงตามรายได้ ซึ่งยังคงเป็นสัดส่วนเดิมเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2560

                  ทั้งนี้กลุ่มบริษัทมีผลประกอบการดีขึ้น มาจากกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์จากยาง ที่สามารถทากำไรได้เพิ่มขึ้น อย่าง
มากเมื่อเทียบกับผลประกอบการในไตรมาส 1 ของปี 2560

 

                   จึงเรียนมาเพื่อทราบ

 

 

ขอแสดงความนับถือ

 

         (นายวรเทพ วงศาสุทธิกุล )

                          ประธานกรรมการบริหาร

 
 
 
 
สงวนลิขสิทธ์@พุทธศักราช 2536 บริษัทไทยรับเบอร์ลาเท็คซ์คอร์ปอร์เรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)